search news


 
home > News & Events: News & Events > มาสด้าเปิดตัว สกาย-จี และ สกาย-ดี เครื่องยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมอันทรงพลังครั้งแรกของโลกที่โตเกียวมอเตอร์โชว์ 2009

News & Events

มาสด้าเปิดตัว สกาย-จี และ สกาย-ดี เครื่องยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมอันทรงพลังครั้งแรกของโลกที่โตเกียวมอเตอร์โชว์ 2009

02.10.2009

พร้อมมาสด้า กิโยระ ยานยนต์ต้นแบบที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 32 กิโลเมตรต่อลิตร   เผยโฉมครั้งแรกในญี่ปุ่น

ฮิโรชิมา, ญี่ปุ่น 1 ตุลาคม 2552 - มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เตรียมเผยโฉมเครื่องยนต์และระบบเกียร์อัตโนมัติเจเนอเรชั่นใหม่ครั้งแรกของโลก ในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 41  ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 24 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2552 โดยจะนำเครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น มาสด้า สกาย-จี (Mazda SKY-G) และเครื่องยนต์ดีเซลพลังสะอาด มาสด้า สกาย-ดี (Mazda SKY-D) และระบบเกียร์อัตโนมัติประสิทธิภาพสูง มาสด้า สกายไดรฟ์ (Mazda SKY Drive) ออกจัดแสดง พร้อมเปิดตัวยานยนต์ต้นแบบ กิโยระ (Kiyora) อันสะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอันล้ำสมัยของมาสด้า (Mazda's next-generation environmental and safety technologies) ในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้า มากูฮาริ เมสเซ่ เมืองชิบะ

แนวคิดของมาสด้าในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2009 คือ มาสด้า สกาย (Mazda SKY) ความสนุกสนานในการขับขี่ ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกคนภายใต้หัวข้อ วันนี้ พรุ่งนี้ และ อนาคต โดยมาสด้าจะจัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ยานยนต์มาสด้าที่จำหน่ายทั่วโลก มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยที่ดีขึ้นถึง 30% ภายในปี 2558 เมื่อเทียบกับปี 2551 ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักอันหนึ่งของวิสัยทัศน์อันยาวไกลในการพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด ซูม-ซูม อย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Zoom-Zoom

มาสด้ามีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงองค์ประกอบหลักของยานยนต์มาสด้าซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ การลดน้ำหนักส่วนเกินของรถยนต์ เพื่อความสนุกสนานเร้าใจในการขับขี่ที่เหนือชั้นกว่าเดิม ควบคู่กับความปลอดภัยและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวคิด "มาสด้า สกาย" ชี้ให้เห็นแนวทางของมาสด้าในการพัฒนาระบบส่งกำลังอันล้ำสมัย ซึ่งส่งผลให้ยานยนต์มาสด้ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะในการขับขี่ที่เหนือกว่าเดิมอย่างชัดเจน  แนวคิดสกาย นับเป็นความปรารถนาของมาสด้าในการมอบความสนุกสนานในการขับขี่ให้กับเจ้าของยานยนต์มาสด้าทุกคันเสมือนกับอยู่ภายใต้ ท้องฟ้าที่สดใสตลอดกาล   แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนถึงแรงบันดาลใจแบบ ไร้ขีดจำกัด ของทีมวิศวกรมาสด้าในการใช้ความคิดที่แปลกใหม่นอกกรอบเพื่อสรรสร้างสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับรถยนต์สายพันธุ์สปอร์ตของมาสด้าทุกคัน

ภายใต้แนวคิดสกาย เทคโนโลยีเพื่อวันพรุ่งนี้ ของมาสด้าซึ่งจัดแสดงในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ประกอบด้วยเครื่องยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า คือเครื่องเบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น มาสด้า สกาย-จี   และเครื่องดีเซลพลังสะอาด มาสด้า สกาย-ดี ซึ่งให้ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและแรงบิดที่เหนือกว่าเดิม ด้วยประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น มาสด้ายังเตรียมเผยโฉมระบบเกียร์อัตโนมัติเจอเนอเรชั่นใหม่ มาสด้า สกายไดรฟ์ ซึ่งให้อัตราความประหยัดพลังงานที่เหนือชั้นพร้อมสมรรถนะในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดั่งใจ

มาสด้ากิโยระ ต้นแบบยานยนต์ขนาดกลางแห่งอนาคตซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งความสนุกสนาน เร้าใจในการขับขี่แบบมาสด้า จะเผยโฉมเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นในงานนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยเทคโนโลยีระบบส่งกำลังภายใต้แนวคิดสกายอันล้ำยุคของมาสด้า และเทคนิคอันล้ำสมัยในการลดน้ำหนักส่วนเกิน ทำให้รถมีน้ำหนักน้อยลง กิโยระจึงให้อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมในระดับ 32 กิโลเมตรต่อลิตร (ภายใต้การทดสอบตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น)

นอกเหนือจากแนวคิดสกายแล้ว มาสด้ายังเตรียมจัดแสดง เทคโนโลยีของวันนี้ อันประกอบด้วย ไอ-สต็อป (i-stop) ระบบเดินเบาของเครื่องยนต์ที่เหนือชั้นซึ่งนำมาใช้ในมาสด้า แอ็กซ์เซล่า ใหม่ (หรือ มาสด้า3 ในตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น)  ในส่วนของ เทคโนโลยีแห่งอนาคต มีการจัดแสดงเครื่องยนต์มาสด้าพรีมาซี ไฮโดรเจน อาร์อี ไฮบริด อันล้ำสมัย เครื่องยนต์โรตารี่พลังไฮโดรเจน และเทคโนโลยียานยนต์อื่นๆ ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้การพัฒนาอันเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของมาสด้าในการสร้างสรรค์สังคมแห่งยานยนต์ที่ปลอดภัย และไร้อุบัติเหตุ

งานโตเกียวมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 41 กำหนดวันสำหรับสื่อมวลชนในวันที่ 21 22 ตุลาคม และวันสำหรับแขกรับเชิญพิเศษในวันที่ 23 ตุลาคม และเปิดสำหรับบุคคลทั่วไปตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 4 พฤศจิกายน  โดยมาสด้าจะจัดงานแถลงข่าวในวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 12:30 น.


ไฮไลต์ของมาสด้า
ยานยนต์/เครื่องยนต์ต้นแบบ 
มาสด้ากิโยระ (ครั้งแรกในญี่ปุ่น)
เครื่องยนต์มาสด้าพรีมาซี ไฮโดรเจน อาร์อี ไฮบริด

เทคโนโลยีเครื่องยนต์ 
เครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่นแห่งอนาคต มาสด้า สกาย-จี * (ครั้งแรกของโลก)
เครื่องยนต์ดีเซลพลังสะอาดแห่งอนาคต มาสด้า สกาย-ดี * (ครั้งแรกของโลก)
ระบบเกียร์อัตโนมัติแห่งอนาคต มาสด้า สกายไดรฟ์ * (ครั้งแรกของโลก)
เครื่องยนต์ MZR ขนาด 1.3 ลิตร พร้อมระบบ CVT แบบผ่าให้มองเห็นข้างใน
เครื่องยนต์ MZR DISI ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบ i-stop แบบผ่ามองให้เห็นข้างใน

รถยนต์ที่จำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบัน 
All-new Mazda Axela (i-stop), Mazda Biante (i-stop), Mazda Axela, Mazda Demio, Mazda Premacy, Mazda MPV, Mazda CX-7, Mazda Roadster, Mazda RX-8 และอื่น ๆ

ยานยนต์มาสด้าทั้งหมด 19 รุ่นจะจัดแสดงในวันที่เปิดสำหรับบุคคลทั่วไป (12 รุ่น จัดแสดงในวันสำหรับสื่อมวลชน)
* ชื่ออย่างไม่เป็นทางการของเครื่องยนต์และระบบเกียร์ซึ่งเตรียมเผยโฉมในปี 2554 เป็นต้นไป

มาสด้ากิโยระ
มาสด้า กิโยระ คือต้นแบบรถยนต์นั่งขนาดกลาง ซึ่งให้ทั้งความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและอารมณ์สนุกสนาน เร้าใจในการขับขี่ที่เหนือชั้น ด้วยการผสมผสานเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจ็คชั่น มาสด้า สกาย-จี ขนาด 1.3 ลิตร และระบบเกียร์อัตโนมัติ 6-สปีด สกายไดรฟ์ ที่น้ำหนักเบา กิโยระ ยังให้อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมได้ถึง 32 กิโลเมตรต่อลิตร (ภายใต้การทดสอบตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น) ด้วย ระบบ ไอ-สต็อป ซึ่งเป็นระบบเดินเบาของเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น ระบบเบรคแบบจ่ายพลังงานคืน และคุณสมบัติด้านแอโรไดนามิคที่ล้ำสมัยรอบคัน พร้อมกับน้ำหนักที่เบากว่ารถยนต์มาสด้าในระดับเดียวกันที่ผลิตจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันถึง 100 กิโลกรัม

มาสด้าพรีมาซี ไฮโดรเจน อาร์อี ไฮบริด
ในเดือนมีนาคม 2552 มาสด้าเริ่มการผลิตมาสด้าพรีมาซี ไฮโดรเจน อาร์อี ไฮบริด ในเชิงพาณิชย์สำหรับหน่วยงานราชการและองค์กรด้านพลังงานของญี่ปุ่น รถยนต์รุ่นนี้ใช้ระบบไฮบริด อันประกอบด้วยเครื่องยนต์ไฮโดรเจนโรตารี่เชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซึ่งจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า ด้วยระบบส่งกำลังอันล้ำสมัย  มาสด้าพรีมาซีไฮโดรเจน อาร์อี ไฮบริดสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฮโดรเจนได้ในระยะถึง 200 กม. นอกจากนั้น รถรุ่นนี้ยังใช้วัสดุไบโอเทค * ซึ่งได้มาจากโรงงานของมาสด้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้ทรัพยากรที่ไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
*วัสดุไบโอเทคคือวัสดุที่ได้มาจากพืช ซึ่งมาสด้าเป็นผู้พัฒนาขึ้น รวมทั้ง พลาสติกชีวภาพ และเส้นใยธรรมชาติ

เครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่นแห่งอนาคต มาสด้า สกาย-จี
มาสด้า สกาย-จี คือเครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่นแห่งอนาคต ซึ่งให้อัตราการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม พร้อมสมรรถนะที่เหนือชั้น เนื่องจากประสิทธิภาพในการทนความร้อนสูง บล็อคเครื่องยนต์ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อลดแรงเสียดทาน และให้อัตราการผสมผสานระหว่างอากาศและน้ำมันในระดับที่เหมาะสม มีการใช้ระบบไดเร็คอินเจ็คชั่นเพื่อรองรับการฉีดเชื้อเพลิงในระดับต่างๆ เพื่อให้เกิดอัตราการกระจายเชื้อเพลิงที่สูงสุด  ให้อัตราประหยัดเชื้อเพลิงและแรงบิดที่ดีกว่าเครื่องยนต์มาสด้าขนาด 2.0 ลิตรรุ่นปัจจุบันประมาณ 15% เนื่องจากการใช้หัวฉีดที่ล้ำสมัย และระบบวาล์วแปรผัน VVT ประสิทธิภาพสูง เครื่องยนต์จึงให้อัตราการประหยัดพลังงานเทียบเท่ากับ Mazda Demio (หรือ มาสด้า2 ในตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น) ด้วยขนาดรถยนต์ของ Mazda Axela  หรือมาสด้า3

เครื่องยนต์ดีเซลพลังสะอาดแห่งอนาคต มาสด้า สกาย-ดี
เครื่องยนต์ดีเซลพลังสะอาดแห่งอนาคต มาสด้า สกาย-ดี ให้อัตราการประหยัดพลังงานและสมรรถนะสูง พร้อมระดับไอเสียต่ำ  บล็อคเครื่องยนต์ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อลดแรงเสียดทานลงให้อยู่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์เบนซิน ด้วยการปรับระดับแรงดันและอุณหภูมิในลูกสูบ รูปทรงของห้องเผาไหม้ และระดับการฉีดเชื้อเพลิงให้เหมาะสม การเผาไหม้จึงเริ่มขึ้นในช่วงจังหวะที่ดีที่สุดเพื่อให้ประสิทธิภาพในการทนความร้อนที่ดี มีการใช้ระบบหัวฉีดเพียโซ เทอร์โบชาร์เจอร์สองช่วง และเทคโนโลยีอื่นๆ จึงให้อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงดีกว่าเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นปัจจุบันขนาด 2.2 ลิตร ประมาณ 20% โดยมีอัตราการประหยัดพลังงานเทียบเท่ากับ Mazda Demio (หรือ มาสด้า2 ในตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น) ด้วยขนาดรถยนต์ของ Mazda Atenza หรือมาสด้า6

ระบบเกียร์อัตโนมัติแห่งอนาคต มาสด้า สกายไดรฟ์
ระบบเกียร์อัตโนมัติแห่งอนาคต มาสด้า สกายไดรฟ์ ให้ประสิทธิภาพการทำงานสูง พร้อมอัตราการประหยัดพลังงานที่เหนือกว่าเดิมอย่างชัดเจน พร้อมความรู้สึกที่ควบคุมได้อย่างใจ ให้อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีกว่าเดิม 5% เนื่องจากการปรับรูปโฉมการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อลดแรงเสียดทาน ปรับเปลี่ยนทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ระยะคลัตช์ที่สั้น และกลไก lock-up ที่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมที่สุด คลัตช์จึงทำงานได้อย่างรวดเร็วโดยการกำหนดปริมาณของของเหลวที่น้อยที่สุด นอกจากนั้น ยังให้ความรู้สึกถึงการควบคุมได้ดังใจเหมือนกับระบบเกียร์แบบคลัตช์คู่