มาสด้าสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ยอดขายสูงสุดทะลุ 5,400 คัน ครองส่วนแบ่งในตลาดสูงถึง 7.1% จากกระแสความร้อนแรงและผลตอบรับจากลูกค้าแบบฉุดไม่อยู่ในรถทุกรุ่น โดยเฉพาะ Mazda2 ขึ้นครองอันดับหนึ่งของตลาดรถเล็กเป็นเดือนที่สองติดต่อกันเคียงคู่มากับความสำเร็จของ All-New Mazda CX-5 ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับการบุกหนักด้านสื่อสารทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เดินหน้าปรับปรุงการบริการหลังการขายและโชว์รูมใหม่ที่สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เข้ามาใช้บริการ ทำให้ยอดขาย 2 เดือนแรก เติบโตต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้าที่ลูกค้าให้การตอบรับเพิ่มสูงขึ้นจากการใช้งานจริงและเกิดการบอกต่อ

กระแสความนิยมของรถยนต์พรีเมียมสัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์มาสด้า ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้องเล็กสุดอย่าง Mazda2 ที่ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดขายจำนวน 3,448 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 84% ครองแชมป์อันดับหนึ่งในเซกเม้นท์รถยนต์นั่งขนาดเล็กรวมกับอีโคคาร์สองเดือนติดต่อกันได้สำเร็จ ส่วนอีกรุ่นที่มาแรงไม่แพ้กันกับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันที่ยังคงตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า กับรถอเนกประสงค์เอสยูวี All-New Mazda CX-5 จำนวน 752 คัน มีอัตราการเติบโตมากที่สุดถึง 231% ส่วนรถยนต์รุ่นอื่นๆ ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Mazda CX-3 จำนวน 333 คัน เพิ่มขึ้น 52% รถปิกอัพ Mazda BT-50 Pro มียอดขายเพิ่มขึ้น จำนวน 477 คัน เพิ่มขึ้น 8% ส่วน Mazda 3 ยอดขายอยู่ที่ 391 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถมาสด้าทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์ปิดตัวเลขอยู่ที่ 5,401 คัน หรือเติบโตสูงถึง 65% ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในด้านยอดขายรวมที่เติบโตสูงสุดในรอบสามปี

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้ากำลังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจจนมาถึงวันนี้ที่เราได้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 7.1% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมาสด้า ผมมีความภูมิใจที่เราได้พิสูจน์ให้เห็นว่าแบรนด์มาสด้านั้นเป็นแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีของรถยนต์ ด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ทันสมัยที่สุดในโลก เทคโนโลยี i-ACTIVSENSE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานระดับโลก และยังเป็นรถยนต์ที่ขับสนุกที่สุดที่มาพร้อมความแรง ความประหยัดน้ำมันและการออกแบบที่ล้ำสมัยตามแบบฉบับของโคโดะ ดีไซน์ นอกจากนี้เรายังได้เร่งการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมดหรือ Mazda Corporate Identity ที่มีความหรูหรา สะดวกสบาย พร้อมให้บริการลูกค้าเกินกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้ ส่งผลให้วันนี้ มาสด้ากลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะ Mazda2 ขึ้นครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน

นอกจากนี้ นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยปี 2561 มีแนวโน้มสดใสขึ้น หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลมองว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP จะขยายตัวที่ 3.8% สำหรับทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2561 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 37.8 ล้านคน ขยายตัวประมาณร้อยละ 7.0 จากปี 2560 ซึ่งปัจจัยที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ การขยายเส้นทางการบินของธุรกิจสายการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายเส้นทางการบินของไทยที่เชื่อมไปยังเมืองรองของจีน เป็นต้น และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดของประเทศไทย